เพลงไทยเดิม เพลงลาวดวงเดือน

ก่อนหน้านี้เราผู้ถึงประวัติของเพลงชาติไทยไปแล้ววันนี้เราจะมาพูดถึงเพลงไทยเดิมกันบ้าง ถ้าหากพูดถึงเพลงไทยเดิมของไทยเรานั้น ที่คุ้นหูหรือเคยได้ยินได้ฟังผ่านๆกันมาบ้าง หรือแม่กระทั่งหลักสูตรการเรียนการสอนดนตรีไทยตามโรงเรียนต่างๆก็มักจะใช้ เพลงลาวดวงเดือน มาบรรจุอยู่ในแบบฝึกหัดคนตรีไทยอยู่ด้วย วันนี้จะพูดถึงประวัติความเป็นมาของ “เพลงลาวดวงเดือน” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “เพลงลาวดำเนินเกวียน” กันครับ

ใครเป็นผู้แต่งเพลงลาวดวงเดือน?

เพลงลาวดวงเดือน ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าแต่งขึ้นใน พ.ศ.ใดแต่มีเรื่องเล่าอยู่ว่า เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และเจ้าจอมมารดามงกุฎ ซึ่งประสูติเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๔๒๕

เมื่อถึงปีพ.ศ. ๒๔๔๖ พระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์เพิ่งสำเร็จการศึกษา
จากประเทศอังกฤษมาใหม่ๆ ได้ทรงเสด็จขึ้นไปเที่ยวนครเชียงใหม่และเกิดชอบพอกับเจ้าหญิง ชมชื่น (ซึ่งขณะนั้นเจ้าหญิงมีอายุเพียง ๑๖ ปี)พระธิดาองค์โตของเจ้าราชสัมพันธวงศ์และเจ้าหญิงคำย่น ณ ลำพูน ทรงโปรดให้ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพเป็นเถ้าแก่เจรจาสู่ขอแต่งงาน แต่ได้รับการทัดทานปฏิเสธ โดยอ้างว่า ขอให้เจ้าหญิงชมชื่นอายุครบ ๑๘ ปี เสียก่อน และตามขนบธรรมเนีมประเพณีของราชสกุลนั้น เลยไม่มีโอกาสที่จะได้เคียงคู่สมรสกัน ทำให้พระองค์โศกเศร้าเสียใจมาก และได้ทรงพระนิพนธ์แต่งเพลงนี้ขึ้นมา เมื่อใดที่ทรงระลึกถึงเจ้าหญิงชมชื่น ก็จะทรงดนตรีเพลงลาวดำเนินเกวียน (เพลงลาวดวงเดือน)เพลงนี้ หรือจะให้มหาดเล็กในพระราชวังเล่นให้ฟังมาตลอดพระชนม์ชีพ และสิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุได้เพียง 28 พรรษา ด้วยโรคปอดเรื้อรัง ซึ่งบ้างก็ว่าทรงตรอมพระทัยเพราะความอาลัยรักที่ไม่สมดั่งหวังกับเจ้าหญิง ชมชื่น ก็เป็นได้

เนื้อร้องเพลงลาวดวงเดือน (ลาวดำเนินเกวียน)

โอ้ละหนอดวงเดือนเอ่ย พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง
โอ้ว่าดึกแล้วหนอพี่ขอลาล่วง อกพี่เป็นห่วงรักเจ้าดวงเดือนเอย
ขอลาแล้วเจ้าแก้วโกสุม(เอื้อน) พี่นี้รักเจ้าหนอขวัญตาเรียม
จะหาไหนมาเทียมโอ้เจ้าดวงเดือนเอย (ซ้ำ)
หอมกลิ่นเกสร เกสรดอกไม้ หอมกลิ่นคล้ายคล้ายเจ้าสูเรียมเอย (ซ้ำ)
หอมกลิ่นกรุ่นครันหอมนั้นยังบ่เลย เนื้อหอมทรามเชยเอยเราละเหนอ
โอ้ละหนอนวลตาเอย พี่นี้รักแสนรักดังดวงใจ
โอ้เป็นกรรมต้องจำจากไป อกพี่อาลัยเจ้าดวงเดือนเอย
เห็นเดือนแรมเริศร้างเวหา เบิ่งดูฟ้า(ละหนอ)เห็นมืดมน
พี่ทนทุกข์ทุกข์ทนโอ้เจ้าดวงเดือนเอย
พี่ทนทุกข์ทุกข์ทนโอ้เจ้าดวงเดือนเอย
เสียงไก่ขันขานเสียงหวานเจื้อยแจ้ว หวานสุดแล้วหวานแจ้วเจื้อยเอย (ซ้ำ)
มันชั่งหวานเสนาะหวานเพราะกระไรเลย บ่แม้นทรามเชยเราละเหนอ (ซ้ำ)

————————————————–

ฟังเพลงลาวดวงเดือน (ลาวดำเนินเกวียน)

อ้างอิงข้อมูลจาก
Wiki เพลงลาวดวงเดือน : https://th.wikipedia.org/wiki/ลาวดวงเดือน
วีดีโอเพลงเพลงลาวดวงเดือน : https://youtu.be/NUcqLa9h5g4

ประวัติ ผู้แต่ง ฟังเพลง เพลงลาวดวงเดือนhttp://www.thaibest.info/wp-content/uploads/2016/02/Lao-Duang-Deuan.jpghttp://www.thaibest.info/wp-content/uploads/2016/02/Lao-Duang-Deuan-150x150.jpgadminรอบรู้เมืองไทย
เพลงไทยเดิม เพลงลาวดวงเดือน ก่อนหน้านี้เราผู้ถึงประวัติของเพลงชาติไทยไปแล้ววันนี้เราจะมาพูดถึงเพลงไทยเดิมกันบ้าง ถ้าหากพูดถึงเพลงไทยเดิมของไทยเรานั้น ที่คุ้นหูหรือเคยได้ยินได้ฟังผ่านๆกันมาบ้าง หรือแม่กระทั่งหลักสูตรการเรียนการสอนดนตรีไทยตามโรงเรียนต่างๆก็มักจะใช้ เพลงลาวดวงเดือน มาบรรจุอยู่ในแบบฝึกหัดคนตรีไทยอยู่ด้วย วันนี้จะพูดถึงประวัติความเป็นมาของ 'เพลงลาวดวงเดือน' หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'เพลงลาวดำเนินเกวียน' กันครับ ใครเป็นผู้แต่งเพลงลาวดวงเดือน? เพลงลาวดวงเดือน ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าแต่งขึ้นใน พ.ศ.ใดแต่มีเรื่องเล่าอยู่ว่า เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม พระโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และเจ้าจอมมารดามงกุฎ ซึ่งประสูติเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๔๒๕ เมื่อถึงปีพ.ศ. ๒๔๔๖ พระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์เพิ่งสำเร็จการศึกษา จากประเทศอังกฤษมาใหม่ๆ ได้ทรงเสด็จขึ้นไปเที่ยวนครเชียงใหม่และเกิดชอบพอกับเจ้าหญิง ชมชื่น (ซึ่งขณะนั้นเจ้าหญิงมีอายุเพียง ๑๖ ปี)พระธิดาองค์โตของเจ้าราชสัมพันธวงศ์และเจ้าหญิงคำย่น ณ ลำพูน ทรงโปรดให้ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพเป็นเถ้าแก่เจรจาสู่ขอแต่งงาน แต่ได้รับการทัดทานปฏิเสธ โดยอ้างว่า ขอให้เจ้าหญิงชมชื่นอายุครบ ๑๘ ปี เสียก่อน และตามขนบธรรมเนีมประเพณีของราชสกุลนั้น เลยไม่มีโอกาสที่จะได้เคียงคู่สมรสกัน ทำให้พระองค์โศกเศร้าเสียใจมาก และได้ทรงพระนิพนธ์แต่งเพลงนี้ขึ้นมา เมื่อใดที่ทรงระลึกถึงเจ้าหญิงชมชื่น ก็จะทรงดนตรีเพลงลาวดำเนินเกวียน (เพลงลาวดวงเดือน)เพลงนี้ หรือจะให้มหาดเล็กในพระราชวังเล่นให้ฟังมาตลอดพระชนม์ชีพ และสิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุได้เพียง...